venom 2

venom 2

venom 2

venom 2 รีวิว VENOM 2 LET THERE BE CARNAGE ภาคต่อที่ปกติ มีดีแค่ส่วน EndCredit ! นั้นถือว่าเป็นผู้แสดงที่น่าดึงดูดเพราะมันไม่เชิงเป็น Superhero ซะทีเดียวแล้วก็เป็นตัวละครที่ผู้คนจำนวนมากน่าจะค่อนข้างจะชอบและติดตามกันในกลุ่มาสาวก Spiderman แน่ๆ และหลังจากที่ทาง SONY เองได้จับมาทำหนังในภาคแรกก็ถือว่า

กระแสในด้านของคุณภาพหนัง บทต่างๆมิได้ดีมากแค่ไหน แต่ได้ใจแฟนๆทั้งสิ้นเพราะดูเอาสนุเพลิดเพลินได้ดี ก็เลยทำภาคต่อออกมาซึ่งก็จะเล่นประเด็นต่อจากเรื่องแรกในทันทีครับผมแน่ๆว่าคราวนี้พวกเราจะได้เห็นนักแสดงที่ต้องกล่าวว่าผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยรอคอยติดตามคือ CARNAGE นั้นเอง

ซึ่งคนจำนวนไม่น้อยก็น่าจะคาดหวังกันไว้เยอะพอสมควร แต่ว่าดังนี้หลังจากที่ได้ดูกลับพบจุดที่น่าพร่ำบ่นหลายเรื่องมากๆและ ve nom 2 ตัวหนังกลับทำเป็นห่วยกว่าภาคแรกซะอีก หมดทั้งตัวบท ตัวละคร หรือแม้กระทั้งความสนุกสนานร่าเริง

venom 2

จุดพีคอะไร ของหนัง ที่ทำได้ธรรมดา

กลายเป็นว่า Endcredit นั้นพีคและก็ตื่นเต้นกว่าหนังทั้งสิ้นตัวเนื้อเรื่องเองนั้นจำเป็นต้องพูดว่าเล่าเรื่องราวแบบเรียบง่ายรวมทั้งออกจะปกติ มีฉากย้อนอดีตที่เสริมเข้ามาแบบหนังยุคเก่าซึ่งแอบเฉยๆแปลกๆสำหรับเพื่อการใส่เข้ามาในเรื่องนี้ รวมทั้งกลับมิได้ทำให้หนังมีอารมณ์อะไรร่วมมากแค่ไหน

แม้จะใส่เข้ามาให้เพื่อความรู้ความเข้าใจอะไรที่อยู่ในตัวละครแต่ว่าราวกับถูกหยิบใส่มาผิวเผินเกินความจำเป็น รวมถึงการเล่าเรื่องต่างๆเองนั้นทั้งยังฝั่นของ Eddie แล้วก็ Venom รวมทั้ง Carnage เองก็มิได้มีอะไรให้มมันลึกหรือว่าพอดีเท่าไรนักราวกับมันไม่ไปสุดซักทางในการเล่าเรื่องทำให้เล่าแบบเรียบสูตรสำเร็จตและไม่มีจุดพีคหรืออะไรที่ทำได้ดีเท่าไรนัก

รวมถึงฉากต่อสู้ตัวร้ายก็ไม่น่าจดจำเท่าไรแม้ว่าจะเล่นกับตัว Carnage ที่โหดมากๆแม้กระนั้นหนังกลับเล่าไม่ถึง และก็แถมยังมีมุกตลกโปกฮาที่แอบเฉยๆแปลกๆใส่เข้ามาแบบไม่ได้ขำอะไรหากมองดูในยุคนี้แล้วจึงทำให้ภาพรวมแปลงเป็นห่วยแตกกว่าภาคแรกที่เคยทำมาซะอีกมองจบแล้วมา

รีวิว VENOM 2 Let There Be Carnage

First Feeling After Watching (ความรู้สึกแรกหลังรับชมภาพยนต์) ]VENOM 2 Let there be carnage เป็นภาพยนต์ที่ออกจะเล่าเร็วมากๆครับ ทั้ง Conflict (การขัดกัน,ปม) ต่างๆที่เกิดขึ้นในเรื่องนั้นออกจะที่จะเกี่ยวกับภาแรกเล็กน้อย แต่ว่าถ้าหากให้ดูใน Perspective (มุมมอง) ของผู้ที่ไม่เคยมองภาคแรกมา แล้วมาดูภาคนี้เลยถามว่ามองได้ไหม

ผมตอบเลยว่า “ดูได้” ครับ แต่จะงงเรื่องราวของเอ็ดดี้ที่มีเวน่อมเข้ามาอยู่ในตัวหน่อยๆว่าเอ็ดดี้นั้นอยู่กับเวน่อมได้ยังไง ซึ่งในภาค 2 นั้นเองจะเล่าเรื่องต่อจากตรงนั้น ในภาคนี้จะเป็นปมของ Cletus Kasady Serial Killer(ฆาตกรโรคจิต) ที่เอ็ดดี้เขียนข่าว ซึ่งเสมือนเจ้าตัวนั้นโกรธแค้น Eddie ที่เหมือนกับว่าจะเล่าเรื่องด้านเดียว

โดยไม่เล่าที่เค้าถูกทำร้ายร่างกาย Violence(ความรุนแรง) , Abused(ทารุณ) โดยครอบครัวของเค้า ซึ่งได้ไปพบรักกับ Shriek ที่มีพลังเปล่งเสียงสร้างความย่ำแย่เป็นวงกว้าง แต่ก็ดันแพ้ทางคุ้นเคยซะงั้นด้วยเหตุว่าเหล่า Symbiote หรือเวน่อมนั้น แพ้เสียงนั่นเอง

กระทั่งเกิดเหตุการณ์ชุลมุนมาก มีดราม่าระหว่างเวน่อมและก็ Eddie ด้วย ทั้งยังมีความหลังของตัวเอกกับวายร้ายอย่างที่บอกไปครับ Highlight ที่พลาดไม่ได้เลยเป็น Carnage พี่นองเลือดผู้พูดว่าตนเองเป็นลูก Venom ของพวกเรานั่นเองต้องบอกเลยว่า ‘โคตรเท่’ จัดๆเลยขอรับ แต่ไหนๆรวมทั้งจะบอกเลยขอรับว่าเจ้าตัวโผล่มาเพียงแค่แป๊ปเดียว จะเป็นตอนๆกลางถึงด้านหลังเรื่องนะครับ ที่เจ้าตัวมีบทบาทมากช่วงต้น

เรื่องจะเน้นย้ำดราม่า Eddie กับ Venom , Eddie กับ Anne การ Investigate(สืบคดี) เกี่ยวกับ Cletus Kasady ซะมากยิ่งกว่ากว่าขอรับ แต่เพียงพอมาถึงช่วงกึ่งกลางถึงด้านหลังเรื่องจำต้องบอกเลยว่าหัวข้อนี้ทำได้ดีเลยทีเดียวในส่วนของฉาก Action(ต่อสู้,บู๊ระห่ำ) ของ Venom,Carnage รวมทั้ง Shriek

(จำต้องบอกเลยว่าเจ้าตัวเป็นตัวแปรสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อเพราะว่าการที่มีพลังเป็นเสียงที่ส่งผลกับVenomและCarnage) ครับผม และก็ End Credit นั้นมีการเชื่อมโยงไปยังผู้แสดง Peter Parker ที่อยู่ในภาพยนต์ขวัญใจคนท้องถิ่นอย่าง Spiderman นั่นเองนะครับ ต้องมารอดูกันว่าVenom จะมาเจอกับ Spiderman เราเมื่อไร แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วครับผม

Venom : Let There Be Carnage

ยังไม่เข้าที่ มีดีที่ 20 วินาทีในที่สุด เรื่องย่อ : สืบต่อเรื่องราวจากภาคแรก หลังจาก เอ็ดดี บล็อก สมัยก่อนนักข่าวชื่อดังได้ร่วมดำรงชีวิตในฐานะคู่คิดปราบอาชญากรรมกับ เวนอม ปรสิตจากต่างดาว โดยหน้าที่การงานรวมทั้งความเกี่ยวพันกับ แอนน์

สมัยก่อนคู่หมั้นสาวยังคงตรงลงเหวดังเช่นว่าเดิม ในภาคนี้เสมือนเขาจะมีโอกาสกลับมารุ่งอีกรอบเมื่อเขาได้รับการติดต่อจาก คลีตัส แคสซาดี ฆาตกรโรคจิตมีชื่อเสียงให้สัมภาษณ์พิเศษถึงในคุก และก็โน่นเปลี่ยนเป็นจุดกำเนิดของความวายป่วงที่ตามมาไม่สิ้นสุดในภาคแรก ‘Venom’ (2018)

สำเร็จงานการกำกับของ รูเบน เฟลสเชอร์ (Ruben Fleischer)

ผู้กำกับที่สร้างชื่อจากงานอย่าง ‘Zombieland’ (2009) โดยเป็นความพากเพียรที่จะก่อร่างสร้างตัวร้ายจากจักรวาลหนังสไปเดอร์-แมนที่โซนี่ถือสิทธิ์สร้างภาพยนตร์เอาไว้ให้ภาพลักษณ์เป็นแอนตี้ฮีโร่

เพื่อที่จะนำมาเจอกับ ปีเตอร์ ขว้างร์กเกอร์ หรือ สไปเดอร์-แมน ฉบับของ ทอม ฮอลแลนด์ (Tom Holland) หรือบางทีก็อาจจะนำมาทำหนังรวมดาวร้ายอย่าง กลุ่ม Sinister Six ในจักรวาลหนังสไปเดอร์เวิร์สของตัวเองโกยเงินรับสินทรัพย์ต่อไปรวมทั้งในรูปภาพรวมนับว่าหนังภาคแรกก็ไม่ได้เล่นท่ายากสำหรับเพื่อการเล่าเรื่องเพื่อรับประกันความสำเร็จไปแล้ว

พอมาภาคนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้กำกับมาเป็น แอนดี้ เซอร์คิส (Andy Serkis) นักแสดงที่มีชื่อเสียงด้านการแสดงตัวละครโมชันแคปพบร์ อย่าง กอลลัม หรือ ซีซาร์ แม้กระนั้นสำหรับผลงานด้านการควบคุมยังต้องพิสูจน์ตัวต่อไป เนื่องจากผลงานอย่าง ‘Mowgli’ (2018) นั้นยังเทียบความเพลิดเพลินกับฝั่ง

‘The Jungle Book’ (2016)

ของดิสนีย์ที่ออกฉายก่อนแทบไม่ได้เลยแฟนๆการ์ตูน Marvel หรือหนังซูเปอร์วีรบุรุษอย่าง Spider-Man บางทีอาจทราบดีว่า เริ่มแรก Venom คือตัวร้ายจาก Spider-Man มันก็เลยไม่ง่ายที่ Venom จะต้องโดนจับมาทำเสมือนเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เพราะว่าถ้าทำชั่ว มันก็บางทีอาจกำเนิดความรู้สึกสับสนบางส่วน อย่างที่พวกเรารู้สึกตอนดู Venom เมื่อปี 2018 ซึ่งบางคนถึงกับรู้สึกผิดหวังกันเสียด้วยซ้ำส่วนตัวสำหรับเรา

พวกเราค่อนข้างจะถูกใจ Tom Hardy เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมทั้งมานะรู้เรื่องว่าภาคแรกมันจำต้องปูเรื่องเยอะหน่อย พวกเราเลยไม่ถึงกับรู้สึกแย่กับหนังภาคแรก มันก็พอให้ความสนุกสนาน ณ ขณะดูได้อยู่ แต่พอเพียงเวลาผ่านพ้นไป พวกเราก็จำอะไรเกี่ยวกับหนังภาคแรกเกือบจะไม่ได้เลย

บทวิเคราะห์ Venom 2 อยู่ในนั้น

และรายละเอียดออกจะนานาประการภาคต่อของ Venom ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Venom: Let There Be Carnage พูดถึงจุดที่ภาพยนตร์เรื่องแรกยังค้างอยู่ – Eddie Brock ของ Tom Hardy ยังคงเป็นผู้รายงานข่าวที่ดิ้นรน แต่ว่าได้สัมภาษณ์สำคัญกับ Cletus Kasady ของ Woody Harrelson.

สิ่งหนึ่งนำไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง และ Kasady แปลงเป็นโฮสต์ของ Carnage ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ผู้อยากกินเลือด นาโอมี แฮร์ริส จาก No Time to Die สวมบทบาทเป็น Shriek ผู้ซึ่งสามารถสร้างเสียงเป็นอาวุธได้ Andy Serkis กำกับการแสดง และก็ Michelle Williams กลับมาสวมบทบาทเป็น Anne Weying ตอนที่ Stephen Graham

รับบทบาทเป็นนักสืบ Mulliganนักวิพากษ์วิจารณ์มักเห็นด้วยว่า Harrelson นั้นเหมาะสมที่สุดเสมือน Kasady แล้วก็การกลับมาหา Eddie ของ Hardy ก็ได้รับการยกย่อง ความเกี่ยวข้องระหว่าง Eddie และก็ Venom ดูเหมือนจะเป็นคุณลักษณะเด่นของหนังประเด็นนี้ Buzz กำลังสร้างฉากหลังเครดิตลึกลับนั้นด้วย แม้กระนั้น โครงเรื่องของภาพยนตร์อยู่ในขั้นเริ่ม…

Polygon – Oliver Sava

“การมีส่วนร่วมของ Serkis ทำให้ CGI Venom เล่นบทบาท costar ที่แท้จริงร่วมกับ Hardy การเสวนาของ Eddie กับบัดดี้ตัวฉกาจของเขามีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ และก็ซิมไบโอตก็มีบุคลิกที่ขี้เล่นเพิ่มมากขึ้น

ด้วยการใช้พลังของ Venom อย่างชาญฉลาดในชีวิตส่วนตัวและก็อาชีพของ Eddie ในช่วงแรกๆภาพยนตร์หัวข้อนี้เล่นเป็นส่วนผสมที่พิลึกของ Ratatouille แล้วก็ The Silence Of The Lambs โดย Woody Harrelson มารับบท Hannibal Lecter ในฐานะฆาตกรต่อเนื่อง Cletus Kasady”

“แต่ว่าน่าเสียดายที่ภาคต่อนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มากกว่า 90 นาทีที่ลืมไม่ลงซึ่งแทบจะช่วยไม่ได้ด้วยฉากเครดิตระดับกึ่งกลางที่ทำให้ดีอกดีใจ ถ้าหากมีโชค Venom: Let There Be Carnage จะดียิ่งขึ้นตามอายุเหมือนในรุ่นก่อน แต่สำหรับเดี๋ยวนี้มันก็แค่ความสิ้นหวังเท่านั้น”

https://besthookupreview.com/

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...