พาสซีฟ อินคัม

พาสซีฟ อินคัม

พาสซีฟ อินคัม (passive income) สร้างค่าแรงต่อเนื่องประจำวันทุกเดือน รวบรวมเพิ่มเติมอีกวันละนิด เก็บกินตลอดไป ถึงลูกถึงหลาน มีณ เวลาสำหรับเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจัดการงานหาเลี้ยงชีพ

พาสซีฟ อินคัม
พาสซีฟ อินคัม เป็นอย่างไร ?

คือรายรับของเราที่สามารถไหลเข้ามาได้อย่างต่อเนื่อง​โดยไม่จำเป็นจะต้องออกแรงให้เยอะ และยังแผ่ไปถึงใช้ขณะเพียงเล็กน้อยเพื่อค่าแรงงานหรือผลลัพธิ์ที่ใหญ่โต พาสซีฟอินคัม ยกตัวอย่างเช่น รายได้จากการลงทุน เงินปันผลหุ้น การเขียนบล็อกเพื่อค่าแรง

และแน่นอนว่าคนไม่ใช่น้อยคงมองว่า พาสซีฟ อินคัม เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่หากเจาะลึกลงไปจะเผชิญว่า นิดหน่อยคนมาก ๆ ที่จะมี  ที่พอเพียงจนสามารถเฟ้นใช้ชีวิตตามที่ปรารถนาที่จะได้ ด้วยเหตุนี้สำหรับคนที่มีแผนการที่แจ่มแจ้งและชัดเจนและอยากรู้ว่าพวกเราสามารถสร้าง ได้กี่เคล็ดวิธีที่คนใด ๆ ก็สามารถลงมือทำได้

เคล็ดลับที่ยอดนิยมที่ใคร ๆ ผู้คนจำนวนมากเคยชินคือ การเล่นหุ้น นั้นเอง เนื่องจากถือได้ว่าสามารถนำมาซึ่งการก่อให้เกิดผลตอบแทนในระยะยาวได้ดิบได้ดี เพื่อเคล็ดลับที่เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับในการสร้างรายรับจากคือ การซื้อ-ขายแบบเป็นกิจวัตร เนื่องมาจากเป็นการสร้างปันผลจากหุ้นนั้นเอง

สำหรับสมัยล่าสุดนั้น สมัยที่อินเตอร์เน็ตเข้าถึงคนได้ปริมาณมากนั้น  พาสซีฟอินคัม หากจะมองหาขั้นตอนการสร้าง ไม่ยาก ๆ จากอินเตอร์เน็ต การคัดเลือกเขียนบล็อกให้มีรายละเอียดที่น่าสนใจจนสามารถเย้ายวนใจลูกค้าได้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยนั้น จนบล็อกพวกเราเป็นที่รู้จัก บางทีอาจมีคนซื้อเข้ามาสปอนเซอร์แลกกับพื้นที่วางแบนเนอร์บนบล็อกของพวกเรานั้นเอง ดังนั้นจะถือว่าเป็นแนวทางที่ง่ายโดยแทบไม่จำเป็นจะต้องลงทุนอะไรจำนวนมากมากแค่ไหน

การเขียนหนังสือที่หลากหลาย ๆ คนประทับใจกันนั้น ถ้าสามารถแปลงความนิยมส่วนตัวมาเป็นค่าตอบแทน  ได้คงจะเกิดเรื่องที่ดีมาก ๆ ดังนี้การคัดเลือกเขียน e-book ที่ใช้ช่วงเพียง 1-2 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นในระยะเวลาที่ว่างก็สามารถส่งผลให้เราผลิตผลงานที่มีคุณภาพที่พร้อมวางขายตามเว็บที่ให้บริการได้แล้ว

หวังร่ำมั่งคั่งต้องมีค่าแรงมากมายยิ่งกว่าค่าใช้จ่าย คุ้นเคยนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ลงทุนขยายความมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย จนถึงจุดหนึ่งมีทรัพย์สินมากพอจนไม่จำเป็นจะต้องดำเนินการงานก็มีเงินใช้พอเพียง แบบนี้เรียกว่า มีเสรีรูปทางการเงิน
ผู้มีเสรีภาพด้านการเงิน มักมี “พาสซีฟอินคัม” (passive income) คือ มีค่าแรงงานแม้ไม่จำเป็นจะต้องปฏิบัติการ ยกตัวอย่างเช่น ได้รับบำเหน็จบำนาญ หรือมีรายรับที่เพิ่มมากขึ้นจากทรัพย์สิน ธุรกิจบางชนิด
การจะได้เสรีรูปทางการเงินเป็นเรื่องเป็นได้ เพียงจึงควรอาศัยตอน ความพยายาม และเอาใจใส่จริง
การผลิตรายรับแยกแยะเป็น 2-3 จำพวกใหญ่ๆ ที่คนทั่วไปทำคือ การลงมือลงแรงทำ หรือที่เรียกว่า active income ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างหรือนายจ้างต่างอยู่ในประเภทนี้ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเคยสร้างรายได้ด้วยแนวทางลักษณะนี้ บางบุคคลปฏิบัติงานมาแล้ว 30-40 ปี และยังทำอยู่ วันใดหากจบสิ้นงานรายรับจะจบสิ้นไปด้วย

พาสซีฟ อินคัม
passive income คือการใช้ทรัพย์สินสร้างค่าแรงงานเพิ่มอีก

ดังเช่นว่า เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ การเป็นหุ้นส่วนกิจการบางจำพวกที่ปฏิบัติการโดยอัตโนมัติ
บางบุคคลบอกว่าหากมี passive income คือไม่จะต้องดำเนินการงาน คำจำกัดความที่ถูกต้องกว่าคือมีเสรีรูปทางการเงิน สามารถใช้ขณะทำสิ่งอื่นๆ ที่ไม่น่าใช่งานประจำ งานที่ควรต้องทำรายวันๆ ละหลายชั่วโมง คนที่มีรายได้จาก passive income ยังจะต้องให้ขณะเพื่อจะชมแลเอาใจใส่อยู่บ้างตามความห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาด
การซื้อและปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นวิธีการโบราณที่ใช้กันมาช้านาน พาสซีฟ อินคัม บางคนบากบั่นหาทางเลือกที่ต่างไปจากเดิม ช่องทางที่ถึงแม้ไม่ปฏิบัติงานแต่ยังจะมีค่าตอบแทนเข้ามา

ตัวอย่างหนทาง passive income ที่นิยมในตอนนี้ พาสซีฟอินคัม ดังเช่นว่า การเขียนบล็อก (Blog) หรือมีเว็บของตัวเองเอง หากเว็บไซต์เป็นที่รู้จัก มีคนเข้าอ่านเข้าดูจำนวนมาก สามารถสร้างค่าแรงจากสิ่งนี้ ตัวอย่างเช่น ขายโปรโมทโฆษณา สร้างค่าแรงจากค่าสิทธิ (Royalty) อาทิเช่น ขายรูปถ่าย ผู้ต้องการใช้ภาพถ่ายของพวกเราจึงควรจ่ายค่าสิทธิ

พาสซีฟ อินคัม
อีกรูปแบบที่นิยมมากคือ

“การเป็นสมาชิกเครือข่าย E-market” ซื้อขายของออนไลน์ ระบบจะจัดการงานซื้อขายโดยอัตโนมัติ
จะมีความเห็นว่าเค้าหน้าสำคัญของ passive income คือระบบจะสร้างค่าตอบแทนตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุด แม้กำลังนอนหลับ ระบบปฏิบัติการตลอดเวลา ผู้หยิบ passive income เพียงให้ขณะส่วนหนึ่งเพื่อที่จะชมแลระบบ
พาสซีฟอินคัม (passive income) สร้างรายรับต่อเนื่องเป็นกิจวัตรทุกเดือน รวบรวมเสริมเติมวันละนิด เก็บกินตลอดชีวิต ถึงลูกถึงหลาน มีตอนสำหรับเรื่องอื่นๆ พาสซีฟอินคัม นอกเหนือปฏิบัติการหาเลี้ยงชีพ

ทุก ๆคนต่างได้รับผลพวงและต่างต้องปรับตัว ปรับเปลี่ยนเค้าหน้าวิธีการใช้ชีวิต หลายท่านจำเป็นต้องปฏิบัติการจากที่บ้าน และไม่มีใครทราบว่ามันจะจบยังไง ? จะกลับมาใหม่อีกหรือเปล่า ? แต่ที่แน่ ๆทุก ๆท่านต่างจึงควรเตรียมพร้อมต่อกรกับวิธีการใช้ชีวิตทั่วไปแบบใหม่หรือที่เรียกว่า New Normal กัน

 

วันนี้ผมต้องการเขียนถึงเรื่องของ Active กับ Passive Income อีกสักครั้ง

เริ่มตั้งแต่ต้นจากการทบทวนคำอธิบายศัพท์ง่าย ๆของค่าแรงทั้งสองแบบอย่างชม แอกทีฟอินคัมหรือค่าแรงที่เราจำเป็นต้องบรรจุแรงกายเข้าไปเพื่อจะให้ได้รายรับนั้นมา  ยกตัวอย่างเช่น รายรับจากค่าจ้างรายเดือนที่พวกเราปฏิบัติงานที่บริษัท ในเวลาที่พาสสีฟอินคัมคือรายได้ที่พวกเราได้รับมาโดยไม่จึงควรบรรจุแรงเข้าไป ดังเช่นว่า ค่าตอบแทนจากเงินปันผลของหุ้นที่พวกเราไปลงทุนไว้ ค่าแรงงานจากค่าตอบแทนที่นอกเหนือจากเงินต้นของพันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่พวกเราลงทุนไว้ รายได้จากค่าเช่าห้องคอนโดที่เราซื้อเอาไว้ เป็นต้น หลายท่านล้วนต้องการมีพาสสีฟอินคัมกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะอายุมากแค่ไหนเพราะว่าหยิบเป็นค่าแรงที่พวกเราจะได้รับโดยไม่จำเป็นที่จะต้องออกแรงทำ

คเช่นเดียวกับนี้พวกเราจะทดลองมาชมในเนื้อหาของพาสสีฟอินคัมลงไปอีก สมมติว่าหากเราต้องการใช้ค่าตอบแทนต่อเดือนละสองหมื่นบาท และสมมติต่อว่าเรามีลู่ทาง 3 ทางร่วมกันคือลงทุนในพันธบัตรที่ให้ผลกำไรที่ได้จากเงินต้นร้อยละ 2 หุ้นที่ให้ปันผลร้อยละ 4 ห้องคอนโดที่ให้เช่าได้เดือนละ 10000 บาท เราทดลองมาชมเงินทุนที่พวกเราต้องลงทุนในสามวิถีทางนี้ชม เริ่มจากพันธบัตรถ้าเราควรจะเป็นผลกำไรที่ได้จากเงินต้นเดือนละ 2 หมื่นบาท (ปีละ 240,000 บาท) เราควรมีเงินทุนทั้งสิ้น 12 ล้านบาท (12 ล้าน*2%) แต่หากเราเลือกเฟ้นลงทุนในหุ้นที่ให้ปันผลร้อยละ 4 เราจำเป็นต้องลงทุนในหุ้นตัวนี้ทั้งหมดทั้งมวล 6 ล้านบาท น้อยกว่าพันธบัตรเท่าตัว และท้ายสุดหากเราเลือกเฟ้นลงทุนในคอนโด สมมุติว่าคอนโดห้องละ 3 ล้านห้าแสนเราจึงควรลงทุนทั้งหมด 7 ล้านบาท

เหมือนว่า ช่องทางสำหรับในการลงทุนในหุ้นแล้วรอกินเงินปันผลจะเป็นลู่ทางที่หลายท่านจะคัดเลือก เนื่องมาจากใช้เงินเล็กน้อยที่สุด แต่ละทางเลือกมีข้อดีข้อบกพร่องไม่เหมือนกัน หากพวกเราคัดเลือกลงทุนในพันธบัตร แน่ๆว่าส่วนที่ดีคือเหตุที่ไม่คาดฝันต่ำ แต่ผลตอบแทนก็ต่ำไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกฤตเช่นนี้ จับพันธบัตร(รัฐบาล)ไว้น่าจะอุ่นใจที่สุด ในระหว่างที่ลงทุนในหุ้นนั้นหากเราจะรอกินแต่ปันผลอย่างเดียวเรื่องความผันผวนของราคาหุ้นหรือดรรชนีตลาดหลักทรัพย์ก็มิได้กระทบต่อเรา แต่สิ่งที่พวกเราจำเป็นจะต้องไม่ค่อยสบายใจคือทิศทางของเงินปันผล ซึ่งแน่นอนมาจากการเติบโตของค่าแรงงาน ซึ่งโดยภาวะทั่วไปบริษัทโดยส่วนมากจะมีรายรับที่โตขึ้นขึ้นโดยเฉลี่ย ซึ่งจะทำให้เงินปันผลของเราโตขึ้นขึ้นเช่นเดียวกัน ข้อนี้มีความหมายว่าต่อจากนี้ไปในอนาคตเราจะได้รับเงินปันผลสูงขึ้นทำให้เรามีรายได้ต่อปีเพิ่มมากขึ้นตามผลรวมตัวกันการของบริษัท แต่ก็มีบ้างครั้งที่รายรับของบริษัทปรับตัวลดลง ซึ่งหากเป็นแค่การปรับลดลงชั่วคเช่นเดียวกับก็แล้วไป

แต่ถ้าเป็นการปรับแบบถาวร ดังเช่น ธุรกิจสื่อ กระดาษ หรือภายใต้ภาวะโควิท เราไม่อาจจะมั่นใจได้ว่าหุ้นปันผลหลายตัวอาจจะได้รับผลกระทบในระยะยาวหรือเปล่า พาสซีฟอินคัม ท้ายสุดคือการลงทุนในห้องชุด ซึ่งมีสิ่งที่ดีที่ลงทุนไม่มากและมีโอกาสที่ค่าเช่าจะปรับตัวเพิ่มเติมขึ้น หรือมูลค่าห้องชุดมีราคาสูงขึ้น แต่ก็มีเรื่องที่อาจจะอันตรายที่อาจหาผู้เช่ามิได้ ฯลฯ

เมื่อดูจากจำนวนเงินลงทุนแล้ว ผู้คนจำนวนมากคงควรต้องมีความรู้สึกว่าเราจำเป็นจะต้องรออีกช้านานกว่าพวกเราจะมีเงินทุนพอเพียงหรือเงินทุนของเราจะโตขึ้นเข้าสู่การได้รับพาสสีฟอินคัมอย่างมีความต้องการที่จะ และแน่นอนว่าก่อนจะถึงจุดนั้นพวกเราควรจะมีค่าแรงจากแหล่งอื่น ดังเช่นจากค่าตอบแทนต่อเดือน ด้วยเหตุฉะนี้ในช่วงต้นกระแสเงินจากแอกทีฟอินคัมจะมีความสำคัญต่อพวกเรามากมายยิ่งกว่า และแน่นอนว่าค่าแรงงานแหล่งนี้มาจากพวกเราซึ่งกว่าจะได้มาวันนี้พวกเราจำเป็นที่จะต้องลงทุนร่ำเรียนรู้มาหลายปี และเหมือนกับการลงทุนอื่น ๆแอกทีฟอินคัมของเราก็มีเรื่องที่ไม่คาดฝันเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนเช่นนี้

วันนี้ผมต้องการฝากข้อตั้งใจให้คุณผู้อ่านว่า ถ้าเป็นได้ต้องการที่จะให้เราเริ่มต้นกระจายเหตุบังเอิญของแอกทีฟอินคัม ได้แก่ เริ่มต้นสร้างแหล่งรายได้ที่พวกเราควรต้องลงแรง ไม่ว่าจะเป็นงานขายสินค้าออนไลน์ การจัดฝึกฝนอบรมหรือให้วิชาการ การเขียนหนังสือ ฯลฯและกิจกรรมกลุ่มนี้อาจจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของพาสสีฟอินคัมของพวกเราในภายภาคหน้าอย่างดีได้เช่นเดียวกัน

ท้ายที่สุดนี้ผมขอให้จิตใจที่พร้อมเผชิญกับทุกอย่างท่านผู้อ่านทุกคนมีกำลังกาย  กำลังใจที่อดทนและสามารถฟันฝ่าระยะเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยครับ

รายได้แบบพาสซีฟ อินคัม : เราจะคว้ามันมาได้อย่างไร

 

แม้ว่าการระบาดของโคโรน่าไวรัส จะทำให้เกิดผลพวงเชิงลบต่อเศรษฐกิจเป็นจำนวนมากก็ตาม แต่คุณเคยได้ยิน หรือหาข่าวของผลกระทบของ Coronavirus ต่อตลาดเงินหรือไม่คะ เนื่องด้วยคุณจะเอะใจเมื่อได้พบว่าผลลัพธ์ที่ได้คือตลาดแห่งนี้ยังอาจจะมีเรื่องราวดี ๆ อยู่เสมอ

แม้ว่าจะมีข้อสงสัยที่ได้รับความนิยมที่ว่าวิกฤตินี้จะทำให้เกิดภาวะล่มจมทั่วทั้งโลกมั๊ยเหตุเพราะแม้แต่ประเทศที่มีอำนาจเยอะที่สุดก็พบกับความล้มเหลวทางเศรษฐกิจเพราะว่าผลพวงร้ายแรงจาก COVID-19

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือว่าความเชื่อถือที่ลดลดน้อยลงของนักลงทุนในตลาดค่ะ ซึ่งถ้ามองเพียงผิวเผิน หลากหลาย ๆ คนคงจะคิดว่านี่คือเรื่องเลวร้ายถูกบ้างมั๊ยคะ แต่เพื่อตลาดเงินแล้ว วิกฤติครั้งนี้ก็ไม่ได้ย่ำแย่ไปเสียทั้งหมด และหลาย ๆ คนก็ยังทำกำไรแบบพาสซีฟอินคัมได้อย่างสม่ำเสมอทีเดียว

แล้วทุกคนล่ะคะ เกิดการจัดเตรียมจัดการกับแนวทางการหารายรับในเรื่องที่หากเกิดวิกฤติคราวต่อไปอย่างไรบ้าง?

การลงทุนและการซื้อขายแลกเปลี่ยน

เคล็ดวิธีเบสิคที่สุดของการสร้างและจัดทำขึ้นค่าตอบแทนแบบพาสซีฟ ก็คือการลงทุน และการซื้อขายแลกเปลี่ยนจ้ะ พวกเรามาดูแบบอย่างกันดีกว่า

Forex

ฟอเร็กซ์ คือการแลกเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในตลาดแลกเปลี่ยนแปลงเงินตราต่างประเทศ ซึ่งเราสามารถเลือกเฟ้นได้เองว่าจะกระทำซื้อ-ขายคู่สกุลเงินไหน หรือจนกระทั่งจะรอชมสถานการณ์ไปก่อนก็ได้เช่นกันด้วยเหมือนกัน

และระยะเวลานี้เอง เป็นตอนที่ดีเพื่อคุณที่จะศึกษาการลงทุน Forex เนื่องมาจากมันเป็นการลงทุนที่พวกเราสามารถเรียนรู้ได้อีกด้วยตัวเอง และเริ่มได้ในทันทีผ่านทางออนไลน์จ้ะ และแน่ๆว่ามันเหมาะกับช่วง Covid-19 เช่นนี้ที่สุดเลยล่ะ

อย่าพึ่งเป็นห่วงไปว่าตัวเราเองนั้นไม่มืออาชีพ และอาจจะทำเงินลงทุนสูญเสียไปไม่ยาก ๆ มาจำลองเริ่มเทรดฟอเร็กซ์ด้วยบัญชีตัวอย่างก่อน พาสซีฟอินคัม เพื่อจะสัมผัสวิชาการสึกของการเทรด รวมถึงทำความเข้าใจขั้นตอนทั้งหมด เพื่อจะสร้างความมั่นใจก่อนเริ่มเทรดจริงจ้ะ (การเทรดในพอร์ตทดทดลองนั้น จะเหมือนจริงทุกประการเลย แต่ว่าเราใช้เงินสมมุติสำหรับเพื่อการเทรดเท่านั้น) หรือจะใช้ CopyPip สำหรับการเทรดตามผู้ที่มีความเชี่ยวชาญก่อนก็ได้เช่นเดียวกัน

 

besthookupreview

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...