หนังไทย

หนังไทย

หนังไทย จับตารอดู 8 ภาพยนตร์ไทย จ่อคิวเข้าฉายพฤศจิกายน-ธันวาคม 2564 หลังจากที่ คนทรง ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องล่าสุดจากฝีมือ การควบคุมของ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะฉันล ได้เข้าโรงฉายอย่างเป็นทางการตอนวันที่ 28 ตุลาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา แล้วก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชมอย่างล้นหลาม ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ไม่น้อย สำหรับแวดวง ภาพยนตร์ไทย หนัง ไทย ที่ส่อแววว่าจะกลับมาครึกครื้น อีกรอบ ตั้งแต่แมื่อโรงหนัง ในเขตจ.กรุงเทพฯ และก็อีกหลายจังหวัด จำต้องถูกปิดไปเป็นเวลายาวนานกว่า 5 เดือน หนังไทยตลก เนื่องมาจากมาตรการควบคุมการระบาดของโรควัววิด และพึ่งกลับมาเปิดได้อีกรอบตอนวันที่ 1 เดือนตุลาคมที่ผ่านมา

หนังไทย

THE STANDARD POP

จึงฉวยโอกาสสะสมกำหนดการฉายของ 8 หนังไทยหลากรสชาติ ที่ตระเตรียมจ่อคิวมอบความสนุกสนานให้แก่ผู้ชมในเดือนพฤศจิกายน-ธ.ค. 2564 ดู หนังไทย ว่าแต่ภาพยนตร์ไทยเรื่องไหนที่คุณกำลังคอยการเข้าฉายมากที่สุดในปีนี้?

Home ความรัก ความสบาย ความจำ

“บ้าน”ที่แห่งการเกิด เติบโต และ ลาจากที่ที่รวมทุกเรื่องราวแห่งความทรงจำที่ที่มีคำมั่นสัญญาเยอะแยะให้หวนกลับมารวมทั้งสำหรับพวกเขากลุ่มนี้ “เชียงใหม่” คือ “บ้าน”ที่ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้กลับมาคืนสุดท้ายก่อนจบจากสถานศึกษา “เน” (จุฑาวุฒิ งามกำพล) เลือกใช้วันสุดท้ายของชีวิต เด็กนักเรียน มัธยม6 เก็บทุกเรื่องราวความทรงจำลงบนภาพถ่าย โดยมิได้มีความรู้สึกว่าจะมีคนไหนกันแน่ยังอยู่ที่โรงเรียน

จนกว่าเขาได้เจอกับรุ่นน้อง มัธยม3 จอมกวน “บีม” (คำเลื่องลืออำนาจ ปฐมบูรณา) นักบาสของโรงเรียน ที่ย่องมาขอรูปถ่ายสาวสวยในฝันที่ตนเองแอบชอบจากช่างภาพมือหนึ่งในโรงเรียนอย่างเขา มิตรภาพของรุ่นพี่-รุ่นน้องที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาค่ำคืนท้ายที่สุดก่อนเรียนจบในสถานที่ที่เป็นเสมอเหมือนบ้านข้างหลังที่ 2 ของเด็กทุกคน กับบทสำหรับพูดเรื่องราวต่างๆของช่วงชีวิตก่อนหน้านี้ในอดีต ทำให้มีอะไรบางอย่างที่เชื่อมถึงกันเกิดขึ้นในวันที่ “บัวจัน” (เพ็ญหน้าตา ศรีกุล)

จำต้องสูญเสียแฟนไปอย่างไม่มีวันกลับ ทุกสิ่งในบ้านคุณก็เลยจำเป็นต้องแปลงเป็นผู้ดูแลทั้งหมดทุกอย่าง อีกทั้งบ้าน คนงาน หนี้ รวมทั้งความรักของหลาน 2 คน “เหว่า” (ณัฐพงษ์ ย่ำรุ่งเนตร์) กับ “ดูภู่” (ทิพปภา แซ่โง้ว) และกระดาษแผ่นเล็กๆที่สามีเขียนไว้ดูต่างหน้า กับความทรงจำดีๆที่ยังอยู่ คำสัญญาที่ให้กันไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันจนถึงชรา ยิ่งเสมอเหมือนเป็นสิ่งตอกย้ำตลอดเวลา บัวจันจะล่วงเลยรวมทั้งลืมรักครั้งนี้ได้ยังไงก่อนงานวิวาห์จะเริ่มต้นระหว่าง “อาเสี่ยเล้ง” (เรืองศักดิ์ ลอยยกอำนาจ) นักธุรกิจชายหนุ่มชาวใต้ แล้วก็ “ปรียา” (ศิรพันธ์ วัฒนจินดา)

ว่าที่เจ้าสาว ที่กลับมาทำพิธีแต่งงานที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเติมเต็มความฝันให้สวยงามหรูสมปรารถนาในรกราก โดยมีน้องชาย “เลี่ยม” (วิชญ์ประเสริฐ หิรัญวงษ์กุล) และ “น้าอร” (พุทธชาด พงศ์สุชาติ)อาสาเป็นผู้เนรมิตงานแต่งงานให้สมดังใจของเธอ แต่การกลับมาบ้านครั้งนี้ ทำให้ปรียาได้พบกับ “พี่เป๊ก” (สุถ้อยคำ จันทร์เจริญก้าวหน้า)

สมัยก่อนคนรักหนแรกของคุณ ที่เขามาพร้อมกับการทวงถามสัญญาและความรู้สึกดีๆที่เคยมีให้กัน เมื่อความรัก ความทรงจำย้อนกลับมาอีกรอบ ปรียาจะตกลงใจเลือกรักแล้วก็เป็นสุขกับผู้ใดก่อนวันแต่งงานของคุณครั้งนี้เหลียวหน้าแลหลัง ภาพยนตร์ไทยยุควัววิด กรณีทิศทางข้างหลังเปิดประเทศ ซึ่งต้องใช้มรดกวัฒนธรรม

เพื่อจังหวะ Soft Power

สำหรับในการยกฐานะเศรษฐกิจประดิษฐ์ของเมืองไทยนับตั้งแต่ไทยเริ่มระบาด โควิด-19 ทั้งประเทศ เมื่อต้นปี 2563 เป็นสาเหตุของการเกิดมาตรการล็อกดาวน์ ปิดเมือง ปิดประเทศ หลายระลอก ซึ่งกระทบวงการภาพยนตร์ได้รับผลกระทบต่อเนื่องปีที่ผ่านมา 2563 หนังไทยเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ประมาน 37 เรื่อง โดยเฉลี่ยไทยผลิตแล้วก็ฉายออกแต่ละปีราวๆ 50-70 เรื่อง และก็ในระบบ Streaming ราวๆ 17

เรื่องจากภาพยนตร์ไทย 30 กว่าประเด็นนั้น มีหนังทำเงินโดยประมาณ 5-6 เรื่อง ตัวอย่างเช่น อีเรียมซิ่ง – ผู้กำกับฯพฤกษ์ เอมะรุจิ ค่ายเอ็ม พิคเจอร์ส โรงภาพยนต์เมเจอร์ รายได้ 200 ล้าน , พี่นาค2 – ผู้กำกับฯไมค์ ภณธฤต ค่ายไฟว์สตาร์ รายได้ 101 ล้าน , อ้าย..คนหล่อลวง – ผู้กำกับฯเมษ พระวิษณุ ค่ายจีดีเอช รายได้ 97 ล้าน และ มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ – ผู้กำกับฯเอกชัย ศรีวิชัย ค่ายM39 รายได้ 43 ล้าน เป็นต้น

ปีนี้ 2564 ถึงเดือน พ.ย. มีภาพยนตร์ไทย

เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ราว 13 เรื่อง เข้าฉายแบบ ระบบ Streaming 3 เรื่อง มีหนังที่น่าจะได้เงินอย่าง ร่างทรง – ผู้กำกับฯบรรจง ปิสัญธนะฉันล ค่ายจีดีเอช รายได้ทะลุ 100 ล้าน ฯลฯในช่วงสองปีที่ไทยประสพวิกฤติโรคระบาดอาทิเช่นทั้งโลก หนังไทย ทำให้ผู้ผลิต ผู้ผลิต และก็ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยประสพปัญหาไปด้วย นอกจากหนังจะเลื่อนฉาย และพับแผนถ่ายทำหนังเพราะว่าปัญหาล็อกดาวน์แล้ว บรรดาภาพยนตร์ไทยที่เข้าโรงจำนวนมากเป็นหนังตลกอิงกับท้องถิ่น รวมทั้งใช้ทุนน้อยน่าสนใจว่า

“แนวทางภาพยนตร์ไทย” ภายหลังจากนี้จะเดินไปยังไง มองจากกรณีค่ายเอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ หรือ M39 ดึงคนมีชื่อเสียง อย่าง หม่ำ จ๊กมก เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา ทำภาพยนตร์ตลกเขตแดนอีสาน และศิลปินดัง เอกชัย ศรีวิชัย ทำหนังตลกเขตแดนปักษ์ใต้ ซึ่งทำหนัง อย่าง มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอำเภอ และ อีหล่าเอ๋ย ยอดรายได้ทะลุเป้ามาแล้ว (อ้างอิง – แนวทางใหม่ของ ‘M39’ ในยุค ‘ปัญชลีย์ นิธิจิระโรจน์’)

สะท้อนว่า “หนังแคว้นนิยม”

ยังขายได้รวมทั้งยังคงเดินหน้า หลังตอน 4-5 ปีมานี้ หนังลักษณะดังที่กล่าวถึงมาแล้วถูกผลิตออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันกับ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” เบอร์ใหญ่โรงภาพยนตร์ ประกาศเจาะ 77 จังหวัด ผลิตหนังไทยโกยเงินภูธร ละเลยช็อตไปสู่ปีถัดไป 2565

แนวทางการขับเขยื้อนธุรกิจโรงหนัง จะเดินหน้าขยายสาขาสู่ต่างจังหวัดให้ครบ 77 จังหวัด แล้วก็ต่อจิ๊กซอว์สู่ระดับ “อำเภอ” ที่จะตอบสนองคนชอบดูหนังภูธรซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะส่งเสริมให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์เติบโตต่อเนื่อง โร้ดแมปปีถัดไปของเมเจอร์ฯ จะมุ่งขยายโรงหนังไปยังบ้านนอกทั้งสิ้น ย้ำหัวเมืองหลัก เมืองรอง ไม่มีจ.กรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันต่างจังหวัดกำลังสร้างรายได้ให้บริษัทเกินกว่า 60%เมเจอร์พร้อมลุยผนึกผู้ส่งเสริมสร้างภาพยนตร์ไทย เพื่อเอาใจคนท้องถิ่น(Local) ภายหลังจากเมืองคลายล็อกให้ผู้ผลิตออกกอง

ทีมงานรวมตัวกันได้ 200 คน ซึ่งจุดมุ่งหมายปีถัดไปบริษัทจะสร้างหนังไทยป้อนตลาดกว่า 20 เรื่องเรื่องย่อหนังวัยเป้งง นักเลงขาสั้น หนังไทย เรื่องของเด็กขาสั้น 2 แก๊งค์ 2 โรงเรียน แก๊งค์ “เฟี้ยวฟ้าวมะพร้าวแก้ว” มีเป้งเป็นหัวหน้า แก๊งค์ “โรคไส้เลื่อนกระเทือนติ่ง” มีติ่งเป็นหัวหน้า ที่ผ่านมา เป้ง กับ ติ่ง เคยเป็นเพื่อนรักกัน แต่มีเหตุมีผลที่ทำให้ทั้งคู่แตกหักกันชนิดที่ว่าเจอหน้ากันที่ไหนต้องยกพวกตีกันทุกที เป้งมีน้องชายชื่อ ป๋องแป๋ง ป๋องแป๋งใฝ่ฝันจะทำวงดนตรี

พอเพียงความฝันเป็นจริง ติ่งก็ตามรังแก ระหว่างคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ และความฝันของน้องชายผู้เดียวที่เป้งรักมาก เป้งจะตกลงใจเช่นไร เรื่องราวคราวนี้จะลงเอยอย่างไรต้องตามลุ้นไปพร้อมๆกันภาพยนตร์ไทย มีประวัติความเป็นมาที่ช้านาน ภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกถ่ายทำในเมืองไทยหมายถึงเรื่อง นางสาวกาญจน์ ผู้ผลิตหมายถึงค่ายหนัง ยูนิเวอร์ซัล ภาพยนตร์ประเด็นนี้ใช้ตัวละครทั้งปวงเป็นชาวไทย 1 พ.ศ. 2470 ภาพยนตร์เรื่อง โชคสองชั้น

เป็นภาพยนตร์ขนาด 35 มม. ขาว-ดำ ไม่มีเสียง

ได้รับการยอมรับให้เป็นภาพยนตร์ชนิดเรื่องแสดงเพื่อการค้าขายเรื่องแรกที่สร้างโดยคนไทย2ในพักหลัง พ.ศ. 2490 ถือเป็นช่วงสมัยรุ่งโรจน์ของ หนังไทย สตูดิโอถ่ายทำแล้วก็ภาพยนตร์มีจำนวนมากยิ่งขึ้น หลังจากนั้นเมืองไทยไปสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นับว่าเป็นช่วงซบเซาของภาพยนตร์ไทย เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ธุรกิจการค้าภาพยนตร์ในประเทศไทยค่อยๆฟื้นคืนกลับมา

ได้เปลี่ยนไปสร้างเป็นภาพยนตร์ขนาด 16 มม.แทน รวมทั้งเมื่อบ้านเรือนเข้าสู่คราวคับขัน หนังไทยหลายเรื่องได้แสดงบทบาทของตนในฐานะกระจกสะท้อนปัญหาการบ้านการเมือง และก็สังคม ในช่วงเวลาระหว่างปี พ.ศ. 2516-2529 ต่อมาภาพยนตร์ไทยในตอนปี พ.ศ. 2530-2539 โดยในตอนต้นทศวรรษวัยรุ่นเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ เว้นเสียแต่ภาพยนตร์จำพวกวัยรุ่นแล้ว หนังผี รวมทั้งหนังบู๊ รวมถึงหนังอาร์ รวมทั้งหนังเกรดบี ก็มีการผลิตมามากยิ่งขึ้น

Dhamaka (2021)

ดูหนังออนไลน์ moviehdfree

สมัครสมาชิก ID LINE : @win666

https://besthookupreview.com/

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...